fbpx

สำหรับเพื่อน ๆ ที่อาจกำลังเริ่มฝึกทำงานเรซิ่น (resin) เป็นครั้งแรก รู้หรือไม่ครับว่าการผสมเรซิ่นอย่างถูกต้องนั้นถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดเลยทีเดียวในการจะสร้างงานเรซิ่นของเราให้ออกมาแข็งแรง, ทนทาน, และสวยงามอย่างสมบูรณ์แบบ การผสมเรซิ่นด้วยความไม่รู้หรืออย่างไม่ถูกวิธีอาจส่งผลให้เรซิ่นของเรา ไม่แห้ง, ไม่แข็งตัว, นิ่ม, เปียก, เหนียวทั่วทั้งชิ้นงานของเราหรือในบางบริเวณสำคัญที่ทำให้ทั้งชิ้นงานดูไม่สวยหรือถึงขั้นต้องโละทำใหม่ เพื่อช่วยให้เพื่อน ๆ สามารถสร้างงานเรซิ่นของตนเองออกมาอย่างราบรื่นและสมบูรณ์ที่สุด วันนี้ EASY RESIN จึงมี ‘คู่มือการผสมอีพ็อกซี่เรซิ่น’ และเทคนิคการผสมที่สำคัญต่าง ๆ มาฝากกันครับ จะมีวิธีการอย่างไรบ้าง มาเริ่มกันเลย

  1. ทำความเข้าใจส่วนผสมน้ำยาเรซิ่น

ในการสร้างผลงานเรซิ่น เพื่อน ๆ จะต้องทำการผสม 2 ส่วนประกอบเข้าด้วยกัน ได้แก่

  1. น้ำยาเรซิ่น (หรือ ที่เรียกว่า Part A)
  2. ตัวเร่งแข็ง (หรือ ที่เรียกว่า Part B)

ผู้ผลิตจะไม่สามารถผสมมาให้ก่อน เพราะทั้งสองส่วนอาจทำปฏิกิริยาจับตัวกันจนแข็งและแห้งภายในขวด ในการสร้างงานเรซิ่น ตัวแปรหรือหัวใจหลักจึงอยู่ที่กระบวนการทำปฏิกิริยาของ Part A และ Part B เมื่อเพื่อน ๆ เริ่มผสมจนเข้ากันและเทหรือทาลงบนชิ้นงานนั่นเองครับ ดังนั้น เวลาซื้อน้ำยาเรซิ่น เช่น Epoxy Resin ของ EASY RESIN  หากเห็นน้ำยา 2 ขวดก็ไม่ต้องตกใจนะครับ EASY RESIN   ไม่ได้หยิบผิดแต่อย่างใด แต่เป็น ‘ชุดน้ำยาเรซิ่น’ ที่ประกอบด้วย 1) เรซิ่น และ 2) ตัวเร่งแข็ง ที่เพื่อน ๆ ต้องมาทำการผสมนั่นเอง

2. คำนวณปริมาณเรซิ่นที่ต้องใช้งาน

หลังจากเข้าใจส่วนประกอบของเรซิ่นแล้ว ก็มาเริ่มกระบวนการผสมด้วยการคำนวณปริมาณเรซิ่นที่ต้องใช้งานกันก่อน โดยต้องใช้ปริมาณเท่าไหร่ จะขึ้นอยู่กับความหนา, ความกว้าง, และความยาวของชิ้นงานหรือลักษณะงานที่เราต้องการเป็นหลัก ในขั้นตอนนี้ เพื่อน ๆ จึงต้องเตรียมข้อมูลความหนา, ความกว้าง และความยาวของผลงานที่เราต้องการมาให้ครบก่อนครับ แล้วจากนั้นสามารถนำข้อมูลดังกล่าวมาคำนวณหาปริมาณเรซิ่นที่เหมาะสมได้ที่ระบบช่วยคำนวณปริมาณเรซิ่นของ EASY RESIN  ได้เลยตัวอย่าง: สมมติว่าเพื่อน ๆ ต้องการเคลือบโต๊ะไม้ขนาด กว้าง 75 ซม. ยาว 180 ซม. ที่ระดับความหนา 1 มม. เมื่อคำนวณด้วยระบบช่วยคำนวณของ EASY RESIN  แล้วก็จะได้ปริมาณโดยรวมสุทธิออกมาที่ 1,350 ก. หรือ 1.35 กก. นั่นเองครับ

เมื่อทราบตัวเลขปริมาณที่แน่นอนแล้ว ให้จดหรือทดไว้ในใจ แล้วไปต่อกันที่ขั้นตอนต่อไป

EASY RESIN Tips:

ผลิตภัณฑ์ชุดน้ำยารซิ่นส่วนใหญ่จะมีหลากหลายปริมาณให้เลือกสรร ตั้งแต่ชุดเล็กสุดอย่าง 300 กรัม จนถึงชุด 30 กิโลกรัม ในการเลือกซื้อชุดน้ำยาที่ใช่ เพื่อน ๆ จึงควรคำนวณปริมาณที่เราต้องใช้ไว้ก่อนเลือกซื้อ เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ขาดหรือไม่เกินปริมาณที่ต้องการ โดยไม่ควรคำนวณปริมาณด้วยการกะเองนะครับ แต่ควรใช้เครื่องชั่งหรือแก้วตวงที่เราสามารถมองเห็นปริมาณได้อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันอัตราคลาดเคลื่อน

  1. คำนวณ ‘อัตราผสม’ อย่างถูกต้อง

หลังจากเพื่อน ๆ ทราบปริมาณเรซิ่นสำหรับงานของเราแล้ว ขั้นตอนสำคัญสุดท้าย (ก่อนจะทำการผสมจริง) ก็คือการคำนวณอัตราผสมจากปริมาณสุทธิให้ถูกต้องครับ การผสมเรซิ่นระหว่าง Part A และ Part B นั่นไม่ใช่ว่าจะผสมในอัตราเท่าไหร่ก็ได้ แต่จะต้องผสมตามอัตราที่ทางแบรนด์เรซิ่นกำหนดเท่านั้น ซึ่งอาจหลากหลายกันไปตามแต่สูตรเรซิ่นของแต่ละแห่ง เช่น สำหรับสูตรของ Easy Resin นั้น อัตราผสมจะอยู่ที่ 2:1 หรือ Part A จะต้องเป็นสองเท่าของ Part B เสมอ

ตัวอย่าง: จากปริมาณเรซิ่น 1,350 ก. ที่ต้องใช้ เมื่อนำมาคำนวณตามอัตรา 2:1 แล้ว ปริมาณที่ต้องผสมระหว่าง Part A และ Part B จึงสามารถแบ่งออกมาได้ ดังนี้

  1. Part A: 900 ก.
  2. Part B: 450 ก.

ในชุดน้ำยาเรซิ่นทุกชุดของทุกแบรนด์จึงจะมีอัตราตรงนี้ระบุไว้เสมอ เพื่อน ๆ คนไหนที่กำลังจะเริ่มผสม ก็อย่าลืมมองหาอัตรากำกับตรงนี้นะครับ การผสมโดยไม่คำนึงถึงอัตราที่แบรนด์ระบุจะทำให้เรซิ่นของเราไม่แห้งหรือไม่แข็งตัวในท้ายที่สุด

EASY RESIN Tips:

  • หลายคนพยายามเพิ่มอัตรา Part B (หรือ ตัวเร่งแข็ง) เพราะคิดว่าจะทำให้เรซิ่นแห้งและแข็งตัวเร็วขึ้น ซึ่งถึงแม้ว่าในอัตราเช่น 1:1 จะช่วยทำให้ให้เรซิ่นแห้งเร็วได้ (เพราะมีปริมาณ Part B เพิ่มเข้ามาเทียบเท่า Part A) แต่อย่าลืมว่าไม่ใช่ทุกสูตรจะถูกออกแบบมาให้ผสมในอัตรา 1:1 การผสมคลาดเคลื่อนจากอัตราที่แบรนด์กำหนดจึงมีแต่ะจะทำให้การทำปฏิกิริยาของระหว่าง Part A และ Part B ของเราล้มเหลว การอยากให้เรซิ่นแห้งเร็ว จึงไม่ควรมาปรับที่อัตราตัวเร่งครับ แต่ควรโฟกัสที่อุณหภูมิสถานที่การทำงานของเรามากกว่า เนื่องจาก ‘ความร้อน’ จะมีผลโดยตรงต่อการช่วยให้เรซิ่นของเราแห้งเร็วและแข็งตัว
  • สูตรอัตราผสม 2:1 ที่ลดปริมาณตัวเร่งแข็งลงมาของ Easy Resin จะช่วยให้ผู้ใช้งานมีระยะเวลาการทำงาน (หล่อ, เคลือบ ฯลฯ) ได้อย่างใจเย็นและละเอียดมากขึ้น ไม่ต้องรีบเร่งเพราะกังวลว่าเรซิ่นจะแห้งเร็วในขณะที่ยังเทหรือทาไม่เสร็จเรียบร้อย
  • จัดเตรียมสถานที่ให้พร้อมและผสมอย่างใจเย็น

อย่างที่กล่าวข้างต้น อุณหภูมิของห้องหรือสถานที่ทำงานเรซิ่นของเรามีส่วนสำคัญอย่างมากต่อกระบวนการแข็งตัวของเรซิ่น หากสถานที่ของเราเย็นหรือชื้นเกินไป เรซิ่นของเราอาจทำปฏิกิริยาแห้งและแข็งได้ช้าลงหรือตลอดจนไม่แห้งและไม่แข็งเลย หรือกลายเป็นเรซิ่นกึ่งแห้งนิ่ม ๆ เหนียว ๆ ที่เราไม่ต้องการ ก่อนทำการผสม จึงควรแน่ใจว่าอุณหภูมิในสถานที่ของเราไม่เย็นเกินหรือร้อนเกิน (ร้อนเกิน เรซิ่นก็อาจแข็งตัวเร็วจนไม่ทันเก็บรายละเอียด) หลีกเลี่ยงการเปิดเครื่องปรับอากาศ ตลอดจนความชื้นต่าง ๆ เป็นต้น

เมื่อเตรียมการทุกอย่างเสร็จแล้ว ก็เริ่มทำการผสมด้วย ดังนี้

  1. เท Part A ลงก่อน โดยหากใครที่ต้องการผสมสีเพิ่มเติม ให้ใส่ลงในจังหวะนี้ได้เลยครับ และผสมกับ Part A ให้เข้ากัน
  2. ผสม Part B ร่วม และคนจนเข้ากันประมาณ 5-10 นาที
  3. อย่าลืมปาดบริเวณขอบแก้วลงมาผสมกันให้หมด ตลอดจนคนบริเวณก้นแก้วให้เข้ากัน เพื่อให้เรซิ่นแห้งและแข็งทั่วทั้งชิ้นงาน  หลายคนที่ละเลยจุดนี้ มักได้ผลลัพธ์เรซิ่นที่แข็งตัวเป็นบางจุดเพราะ Part A และ Part B ไม่ได้ถูกผสมจนเข้ากัน

โดยสำหรับอีพ็อกซี่เรซิ่นของ Easy Resin นั้น ผู้สร้างสรรค์จะมีเวลาทำงาน (เริ่มเท, เคลือบ, หล่อ) ราว 25-30 นาทีโดยประมาณ หลังจากนั้นเรซิ่นจะเริ่มเซทตัวเป็นเจลภายใน 40 นาที และจะแข็งตัวภายใน 8-15 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับอุณภูมิห้องครับ

EASY RESIN Tips:

ในการคนเรซิ่น แนะนำให้คน 3 นาทีแรกในภาชนะหนึ่ง จากนั้นให้เทลงในอีกภาชนะหนึ่งแล้วคนต่ออีก 5 นาที (หรือมกากว่า) เพื่อให้เรซิ่นที่อาจจะยังไม่ผสมกันในก้นภาชนะแรก ผสมกันทั่วมากขึ้น 100% ในภาชนะที่สอง

จบลงแล้วสำหรับคู่มือการผสมอีพ็อกซี่เรซิ่นที่วันนี้ EASY RESIN ได้นำมาฝากทุกท่าน สำหรับใครที่มีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอีพ็อกซี่ หรือเทคนิคเพิ่มเติมใดก็ตาม สามารถสอบถามพวกเราเข้ามาโดยตรงได้เลยผ่านทางแฟนเพจ EASY RESIN ของเรา พร้อมให้คำแนะนำฟรีทุกประการครับผม