fbpx

สำหรับเพื่อน ๆ หลายคนที่กำลังมองหาน้ำยาเรซิ่นที่ใช่ คงมีความรู้สึกว่าวิธีการเลือกน้ำยาเรซิ่นที่ตอบโจทย์สักชุดช่างแสนน่าสับสนเหลือเกิน เมื่อมองดูน้ำยาเรซิ่นที่มีอยู่ในท้องตลาด ก็ไม่รู้ว่าแบบไหนที่ใช่สำหรับเรา ไม่รู้ควรเริ่มค้นหาข้อมูลจากจุดไหน ตลอดจนเลือกซื้ออย่างไร และกระทั่งจากใคร ด้วยการตระหนักรู้ถึงปัญหาดังกล่าวตลอดมา วันนี้ Easy Resin ในฐานะผู้ผลิตน้ำยาเรซิ่นอันดับ 1 ของประเทศไทย จึงได้ถือโอกาสดีนี้มาฝากทุก ‘ข้อสำคัญควรรู้สู่น้ำเรซิ่นที่ใช่’ ให้กับทุกท่านกันครับ จะมีสาระสำคัญน่ารู้ใดบ้าง มาเริ่มกันเลย!

  1. ควรใช้ ‘เรซิ่น’ แบบใด ขึ้นอยู่ ‘โปรเจคเรซิ่น’ ของเรา

สำหรับเพื่อน ๆ หลายคนที่กำลังคิดไม่ตกว่าควรใช้เรซิ่นแบบใด Easy Resin สรุปให้ง่าย ๆ เลยครับ

มีปัจจัยหลักในการเลือกใช้เรซิ่น ดังนี้ครับ

  1. แบบชิ้นงานที่ต้องการ (เช่น ความใส ความแข็งแรง ความหนา
  2. วิธีทำ สถานที่ และอุปกรณ์
  3. งบประมาณ

ไม่ว่าจะมีน้ำยาเรซิ่นกี่ชนิดในท้องตลาด จะมีเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่จะมี ‘คุณสมบัติ’ ตรงกับ ‘โปรเจคเรซิ่น’ ของเพื่อน ๆ มากที่สุด ก่อนที่จะเริ่มหาซื้อน้ำยาเรซิ่น Easy Resin จึงขอแนะนำให้เพื่อน ๆ ลองลิสต์รายการคุณสมบัติโปรเจคเรซิ่นของตนเองออกมาก่อน เช่น เป็นงานหล่อ, ต้องการความใส, อยากได้เป็นผิวสัมผัสนูน ฯลฯ และหลังจากนั้นจึงเริ่มมองหาแบรนด์ผู้ผลิตที่สามารถผลิตน้ำยาเรซิ่นชนิดที่ตรงกับความต้องการดังกล่าวของเรามากที่สุด

เรซิ่นนั้นถือเป็นส่วนผสมแสนอเนกประสงค์ คุณสมบัติที่หลากหลายของมันส่งผลให้มันถูกนำมาใช้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเพื่องานหล่อ, งานเคลือบ, งานเพิ่มความแข็งแรง และอื่น ๆ น้ำยาเรซิ่นของบางผู้ผลิต เช่น High-Gloss Expoxy ของ Easy Resin นั้นยังถูกผลิตมาให้สามารถใช้ได้กับแทบทุกงานเรซิ่น จะเคลือบ, หล่อ หรือเท ก็จบครบในชุดเดียว ในขณะที่บางผู้ผลิตอาจพัฒนาบางสูตรขึ้นมาเฉพาะของแต่ละประเภทงานเท่านั้น เป็นต้น

  1. อีพ็อกซี่เรซิ่น VS โพลีเอสเตอร์เรซิ่น

สำหรับการใช้งานภายในประเทศไทย ประเภทน้ำยาเรซิ่นที่แพร่หลายโดยทั่วไปนั้นสามารถแบ่งออกมาได้ 2 ประเภท ได้แก่ โพลีเอสเตอร์เรซิ่น (Polyester Resin) และอีพ็อกซี่เรซิ่น (Exopy Resin) 

ในอดีตส่วนใหญ่เราจะใช้กันเฉพาะโพลีเอสเตอร์เรซิ่นเป็นหลัก แต่หลังจากมีการคิดค้นน้ำยาเรซิ่นเกรดอีพ็อกซี่ (Epoxy) ขึ้นมาจนกลายเป็น ‘อีพ็อกซี่เรซิ่น’  ในปัจจุบันอัตราการใช้งานโพลีเอสเตอร์เรซิ่นจึงค่อนข้างลดลง สาเหตุก็เพราะแม้ว่าโพลีเอสเตอร์เรซิ่นจะขึ้นชื่อเรื่องคุณสมบัติใสพิเศษ แต่เมื่อถึงเวลาต้องทำงานจริงนั้น ค่อนข้างยุ่งยากและต้องอาศัยความชำนาญกว่ามาก ตั้งแต่การผสมน้ำยาที่มีอัตราส่วนไม่คงที่, มีระยะเวลาการทำงาน (pot time) ต่ำ หรือกล่าวคือ เมื่อผสมแล้วต้องรีบทำให้งานเสร็จ มิเช่นนั้นจะแข็งตัว ทำให้มักไม่เหมาะกับผู้ทำงานเรซิ่นมือใหม่ที่อาจยังไม่เคยชินกับกระบวนการต่าง ๆ ตลอดจนมีกลิ่นฉุนและต้องมาขัดเงาเพิ่มเติมเมื่อแข็งตัว 

ด้วยข้อจำกัดนานาประการของโพลีเอสเตอร์เรซิ่นดังกล่าว ปัจจุบันหากผู้ใช้งานค่อนข้างมือใหม่ ยังไม่เคยทำงานเรซิ่นมาก่อน หรือแม้กระทั่งชำนาญแล้วแต่อยากประหยัดเวลาและพลังงาน การเลือกใช้เป็นอีพ็อกซี่เรซิ่นจึงเหมาะกว่าอย่างยิ่งเพราะเป็นสูตรเรซิ่นที่ไม่มีกลิ่น, ผสมง่ายด้วยอัตราคงที่ตามที่ผู้ผลิตกำหนด (ส่วนใหญ่ 1:1), มีระยะเวลาการทำงาน (pot time) สูง คือราว 30 นาทีกว่า ตลอดจนไม่จำเป็นต้องมาขัดให้เงาเพิ่มเติม เพราะเมื่อแห้งตัวและจะเงาในตัวเลย และยังสามารถให้เนื้อนูน ไม่ตกขอบ เหมาะกับงานหยอด งานเคลือบ ตลอดจนงานหล่อ โดยในปัจจุบันอีพ็อกซี่เรซิ่นส่วนใหญ่ยังได้รับการพัฒนาให้มีคุณสมบัติใสจนแทบเทียบเท่าโพลีเอสเตอร์แล้ว ผู้ใช้งานจึงแทบไม่ต้องกังวลเลยว่างานที่ชิ้นงานที่ออกมาจะไม่ใสเท่าที่ต้องการ

  1. เรซิ่นใส ไม่ได้แปลว่า ต้องใสแบบกระจกเท่านั้น

ผู้ทำงานเรซิ่นหลายคนมักเข้าใจผิดว่าเรซิ่นใสนั้นต้องใสแบบกระจกเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงเราสามารถผสมสีได้อย่างหลากเลยครับ โดยจะเลือกใช้เป็นสีอะคริลิคโดยทั่วไปมาผสมก็ได้ แต่ต้องระวังว่าบางยี่ห้ออาจจะไม่ค่อยแตกและละลายไปกับน้ำยาเรซิ่นของเรา ทำให้ท้ายที่สุดจะตกเป็นตะกอน วิธีการผสมสีกับเรซิ่นให้ออกมาราบรื่นที่สุดจึงควรใช้เป็นผลิตภัณฑ์สีผสมที่ผลิตหรือคัดเลือกมาโดยผู้ผลิตเรซิ่นของเราเท่านั้น 

Easy Resin Tips: 

  • ชุดน้ำยาเรซิ่นส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับ 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนเรซิ่น (A) และส่วนตัวเร่งแข็ง (B) เมื่อถึงเวลาใช้งาน ผู้ใช้งานต้องทำการผสมเอง โดยในช่วงเวลาผสมนี่เอง ที่จะเป็นช่วง ‘ผสมสี’ เพิ่มเติมที่ต้องการลงไปด้วย
  • ในการผสมสีแต่ละครั้ง หากเป็นสีทั่วไป ควรผสมไม่เกิน 8% ของปริมาณเรซิ่น แต่ถ้าเป็นสีเมทัลลิค ใส่ไม่เกิน 20% ของปริมาณเรซิ่น มิเช่นนั้น อาจทำให้เรซิ่นไม่แห้งสนิทและไม่แข็ง และควรใส่สีทีละนิดเผื่อไล่หาเฉดที่ต้องการ เพราะหากใส่เยอะแล้วสีเข้ม จะแก้ให้อ่อนลำบาก
  1. ขึ้นชื่อว่า ‘เรซิ่น’ เหมือนกันไม่ได้แปลว่า ‘คุณภาพ’ เหมือนกันทุกแบรนด์

ดังที่เกริ่นในข้อที่ 1 คุณสมบัติน้ำยาเรซิ่นของแต่ละผู้ผลิตนั้นอาจมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับมาตรฐานและความสามารถในการผลิต ตัวอย่าง เช่น แม้ว่าผู้ผลิต A และ B จะพัฒนาสูตรอีพ็อกซี่เรซิ่นออกมาเหมือนกัน แต่คุณภาพอาจแตกต่างกันได้ เช่น เมื่อเวลาล่วงเลย อีพ็อกซี่ของผู้พัฒนา A อาจเหลืองง่ายกว่าของผู้พัฒนา B ในการเลือกซื้อน้ำยาเรซิ่นสักชุด ผู้ใช้งานจึงอาจควรศึกษาคุณสมบัติเฉพาะของแต่ละยี่ห้ออย่างถี่ถ้วน 

  1. น้ำยาเรซิ่นและความปลอดภัยต่ออาหาร

อีกหนึ่งข้อสำคัญที่ผู้ใช้งานหลายคนมักไม่รู้คือแม้ว่าเรซิ่นจะปลอดภัยต่อการใช้งานและไม่มีกลิ่นฉุน แต่ด้วยส่วนผสมต่าง ๆ ที่ต้องถูกออกแบบมาให้แข็งแรง เรซิ่นส่วนใหญ่ในประเทศไทยจึงไม่ปลอดภัยเมื่อสัมผัสอาหาร ด้วยเหตุนี้ หากเพื่อน ๆ ท่านใดที่อาจกำลังวางแผนนำไปใช้งานเชิงการทำอาหาร อาจต้องพิจารณาข้อนี้อย่างรอบคอบ หรือหากจำเป็นต้องใช้จริงๆ Easy Resin อาจลองมองหาผู้ผลิตต่างประเทศที่ส่วนใหญ่จะมีการผลิตเรซิ่นสูตร ‘ปลอดภัยต่ออาหาร’ อย่างไรก็ดี ราคาอาจค่อนข้างสูง 
จบลงแล้วสำหรับ 5 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้อน้ำยาเรซิ่นที่วันนี้ Easy Resin ได้นำมาฝากทุกท่าน สำหรับใครที่มีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอีพ็อกซี่ หรือเทคนิคเพิ่มเติมใดก็ตาม สามารถสอบถามพวกเราเข้ามาโดยตรงได้เลยผ่านทางแฟนเพจ EASY RESIN ของเรา พร้อมให้คำแนะนำฟรีทุกประการครับผม